AI Art ดักคนดูงานศิลปะทั้งโลก เมื่อภาพ Monet ถูกบอกว่าเป็น AI

Read in English / 阅读语言 English 简体中文

AI Art กับกับดักทางสายตาครั้งใหญ่

งานนี้โดนดักกันเพียบ เมื่อ SHL0MS ศิลปินสายคอนเซปชวล ได้ทำศิลปะเชิงทดลองทางสังคมบนแพลตฟอร์ม X ด้วยการโพสต์ภาพตัดบางส่วนจากผลงานชุด Water Lilies ของ Claude Monet ที่วาดขึ้นราวช่วงปี 1915 ที่ Giverny แต่กลับบอกผู้ติดตามว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI พร้อมตั้งคำถามว่า “ภาพนี้ด้อยกว่างาน Monet จริงตรงไหน?”

คำถามดังกล่าวกลายเป็นชนวนให้ผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด หลายความเห็นไม่ได้เพียงตอบคำถาม แต่เริ่มพยายามชี้ให้เห็นว่าภาพนี้ขาดคุณสมบัติของงาน Monet อย่างไร ตั้งแต่พื้นผิวที่ไม่มี impasto แบบที่ควรจะเป็น แสงที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ การเว้นพื้นที่ระหว่างดอกไม้ที่ดูแปลกตา ไปจนถึงการไม่มีรอยยับของผ้าใบที่ควรปรากฏในงานจิตรกรรมจริง

หนึ่งในคำวิจารณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ภาพดังกล่าว “ไม่มีจิตวิญญาณ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อผู้ชมเชื่อว่าภาพตรงหน้าเป็นผลงานที่สร้างโดย AI พวกเขาอาจเริ่มมองหาความผิดพลาดก่อนจะพยายามมองเห็นคุณค่าทางศิลปะ

เมื่อ Monet ถูกมองผ่านเลนส์ของ AI

สิ่งที่น่าสนใจในกรณีนี้ไม่ใช่เพียงจำนวนคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามา แต่คือทิศทางของการวิจารณ์ที่เปลี่ยนไปตามข้อมูลกำกับภาพ หากภาพเดียวกันถูกระบุว่าเป็นผลงานของ Monet ผู้ชมจำนวนมากอาจมองเห็นฝีแปรง ความละเอียดอ่อน และอัจฉริยภาพของศิลปินผู้เป็นหนึ่งในตำนานของ Impressionism

แต่เมื่อภาพเดียวกันถูกระบุว่าเป็น AI ความรู้สึกตั้งต้นกลับเปลี่ยนไปทันที จากการชื่นชมกลายเป็นการตรวจสอบ จากการอ่านภาพกลายเป็นการจับผิด และจากการพยายามเข้าใจงานศิลปะกลายเป็นการพิสูจน์ว่างานนี้ “ไม่ถึง” มาตรฐานของมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกความคิดเห็นจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน มีผู้ชมบางส่วนที่มองด้วยสายตาเป็นกลางและชื่นชมภาพดังกล่าว โดยบางคนถึงกับมองว่าหากภาพนี้สร้างจาก AI จริง ก็ถือว่าเป็นการ generate ที่เก็บรายละเอียดของงานต้นฉบับของ Monet ได้ดีมาก และอาจเป็นหนึ่งในเทคนิคการสร้างภาพด้วย AI ที่ดีที่สุดในตลาด ณ เวลานั้น

คำเฉลยที่ทำให้หลายคนรีบลบคอมเมนต์

บรรดาคอมเม้นต์ที่ SHL0MS ได้บันทึกเก็บเอาไว้

ท่ามกลางคอมเมนต์จำนวนมาก SHL0MS ได้เฉลยในภายหลังว่า ภาพที่นำมาโพสต์นั้นไม่ใช่ภาพ AI แต่เป็นภาพที่ crop มาจากผลงานจริงของ Monet

การเฉลยดังกล่าวทำให้ผู้ที่เคยวิจารณ์ภาพนี้ไปก่อนหน้าจำนวนหนึ่งรีบลบคอมเมนต์ของตัวเองออกจากแพลตฟอร์ม แต่ทุกอย่างก็ไม่ทันแล้ว เพราะ SHL0MS ได้บันทึกบางความคิดเห็นไว้ และนำกลับมาโพสต์บน X เรียบร้อย

ในเชิงศิลปะ นี่จึงไม่ใช่แค่การแกล้งผู้ชมบนโซเชียลมีเดีย แต่เป็นการทดลองที่สะท้อนกลไกการตัดสินคุณค่าทางศิลปะของผู้ชมในยุค AI ได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อคำอธิบายใต้ภาพสามารถเปลี่ยนวิธีที่คนดูภาพได้อย่างสิ้นเชิง

จากการทดลองทางสังคมสู่ผลงาน NFT

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว SHL0MS ได้นำภาพนี้ไป mint เป็นผลงาน NFT บนเครือข่าย Ethereum โดยใช้ชื่อผลงานว่า “inferior image” หรือ “ภาพที่ด้อยกว่า”

ผลงานชิ้นนี้ถูกสะสมโดย Jediwolf นักสะสมผลงานศิลปะดิจิทัล ในราคา 18.988 ETH หรือราว 42,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45 ล้านบาท จากการสู้ราคากันทั้งหมด 28 bids

Jediwolf ได้โพสต์ถึงการสะสมผลงานนี้ไว้ว่า “พวกเราได้เรียนรู้อะไรมากมายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับศิลปะ หรือ AI แต่เกี่ยวกับพวกเรา และฉันก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีอะไรที่มีค่าไปกว่านี้อีกแล้ว”

ข้อความดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในบทสรุปที่คมที่สุดของผลงานนี้ เพราะสิ่งที่ SHL0MS ทำไม่ได้หยุดอยู่ที่การตั้งคำถามว่า AI สามารถสร้างภาพสวยได้หรือไม่ แต่ขยายไปสู่คำถามที่ลึกกว่านั้นว่า มนุษย์ตัดสินงานศิลปะจากสิ่งที่เห็นจริง ๆ หรือจากสิ่งที่ถูกบอกให้เชื่อกันแน่

ภาพเดียวกัน แต่ใจคนมองไม่เหมือนเดิม

ศิลปะเชิงทดลองทางสังคมชิ้นนี้สะท้อนภาพออกมาอย่างชัดเจนว่า เมื่อภาพเดียวกันถูกบอกว่าเป็น Monet เราอาจมองเห็นอัจฉริยภาพ ประวัติศาสตร์ และความงดงามของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่

แต่เมื่อภาพเดียวกันถูกบอกว่าเป็น AI เราอาจรีบมองหาความผิดพลาด ความไม่เป็นธรรมชาติ และช่องว่างที่ใช้ยืนยันว่ามันยังไม่ใช่ “ศิลปะจริง”

นี่คือประเด็นสำคัญของยุค AI Art เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ภาพเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กรอบความคิด ความเชื่อ และอคติของผู้ชมที่เข้ามากำกับการมองเห็นตั้งแต่ก่อนเริ่มพิจารณาผลงาน

บางทีคำถามที่ควรถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า AI ทำงานศิลปะได้ดีแค่ไหน แต่ควรถามด้วยว่า ในวันที่เรารู้สึกว่าภาพหนึ่งไม่มีจิตวิญญาณ เรากำลังเห็นสิ่งนั้นจริง ๆ หรือเพียงเพราะเราถูกบอกว่าภาพนั้นไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์

เรื่อง: เต้ Art Man