Read in English / 阅读语言 English
简体中文

Christie’s New York ปิดยอดประมูลทะลุ 3.6 หมื่นล้านบาท
Christie’s New York สร้างค่ำคืนสำคัญให้กับตลาดศิลปะโลกอีกครั้ง หลังการประมูลล่าสุดสามารถปิดยอดขายรวมได้ราว 1.12 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 36,500 ล้านบาท ภายในคืนเดียว
Christie’s ระบุว่านี่เป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของบริษัท ที่การประมูลภายในคืนเดียวสามารถทำยอดขายรวมได้เกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยยอดดังกล่าวมาจากการขายต่อเนื่องสองชุด ได้แก่ Masterpieces: The Private Collection of S.I. Newhouse และ 20th Century Evening Sale ซึ่งจัดขึ้นที่ New York เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026
ชุดแรกคือคอลเลกชันส่วนตัวของ Samuel Irving Newhouse Jr. นักสะสมระดับตำนานและผู้บริหารสื่อรายใหญ่ผู้ล่วงลับ ขณะที่อีกชุดเป็นการประมูลงานศิลปะศตวรรษที่ 20 ซึ่งรวมผลงานระดับแม่เหล็กจากศิลปินสำคัญหลายคน ตั้งแต่ Jackson Pollock, Constantin Brancusi, Mark Rothko, Joan Miró ไปจนถึง Claude Monet
ก่อนหน้าการประมูล Christie’s ยังจัดนิทรรศการพรีวิวเป็นเวลา 10 วัน ที่ Rockefeller Center และมีผู้เข้าชมเกือบ 20,000 คน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของนิทรรศการพรีวิวเพื่อการขายของ Christie’s ณ สถานที่ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าความสนใจของผู้ชมและนักสะสมต่อผลงานระดับพิพิธภัณฑ์ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ตลาดศิลปะโลกจะเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
Pollock ทำลายสถิติเดิมเกือบสามเท่า
ผลงานที่ถูกจับตามองมากที่สุดในค่ำคืนนี้คือ Number 7A ปี 1948 ของ Jackson Pollock ซึ่ง Christie’s ระบุว่าเป็น drip painting ขนาดใหญ่ที่สุดของ Pollock ที่ยังอยู่ในมือเอกชน และเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญที่สุดของศิลปินที่เคยถูกนำเข้าสู่ตลาดประมูล
Pollock วาดผลงานชิ้นนี้ในช่วงอายุ 36 ปี บนพื้นโรงนาใกล้ East Hampton ในรัฐนิวยอร์ก ผืนผ้าใบมีลักษณะแนวนอนยาวประมาณ 11 ฟุต และสูงประมาณ 3 ฟุต อยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่ Abstract Expressionism กำลังผลักศิลปะอเมริกันขึ้นมาเป็นพลังนำของโลกศิลปะหลังสงคราม
ในห้องประมูล ผลงานนี้เปิดที่ราคา 82 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนจะขายได้ 181,185,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,900 ล้านบาท หลังการแข่งขันอย่างดุเดือดเกือบ 7 นาที ทั้งจากผู้ประมูลในห้องและทางโทรศัพท์
ราคาดังกล่าวทำให้ Pollock ทำลายสถิติเดิมของตัวเองในตลาดประมูลไปเกือบสามเท่า และยังส่งให้เขาเข้าสู่กลุ่มศิลปินที่ผลงานสามารถทำราคาทะลุหลัก 100 ล้านเหรียญสหรัฐได้สำเร็จอย่างเป็นทางการ
Brancusi และ Newhouse Collection สร้างสถิติระดับประวัติศาสตร์

อีกหนึ่งสถิติใหญ่เกิดขึ้นกับ Constantin Brancusi จากประติมากรรมบรอนซ์ Danaïde ซึ่งขายได้ 107,585,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,510 ล้านบาท กลายเป็นราคาสูงสุดใหม่ของ Brancusi ในตลาดประมูล และเป็นราคาสูงสุดอันดับสองของประติมากรรมที่เคยขายในตลาดประมูล
แม้การประมูลของ Brancusi จะไม่ได้ดุเดือดเท่ากับ Pollock แต่ตัวเลขที่เกิดขึ้นมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะ Newhouse เคยซื้อ Danaïde มาในปี 2002 ที่ราคา 18.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 593 ล้านบาท เท่ากับว่าการขายครั้งนี้ทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นราว 491 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 5.9 เท่าของราคาซื้อเดิม
เฉพาะคอลเลกชันของ S.I. Newhouse ในค่ำคืนนี้ทำยอดขายรวมได้ 631 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 20,570 ล้านบาท และหากนับรวมการขายผลงานจากคอลเลกชัน Newhouse ที่ Christie’s เคยจัดในปี 2018, 2019 และ 2023 ยอดรวมสะสมของคอลเลกชันนี้แตะระดับ 1.05 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ตัวเลขนี้ทำให้ Newhouse Collection กลายเป็นคอลเลกชันส่วนตัวที่มียอดขายสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากคอลเลกชันของ Paul Allen ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ซึ่งเป็นอีกคอลเลกชันเดียวที่เคยทำยอดขายทะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
Rothko, Miró, Alice Neel และศิลปินอีกหลายรายทำสถิติใหม่
ความร้อนแรงของค่ำคืนดังกล่าวยังต่อเนื่องไปถึง 20th Century Evening Sale ซึ่งทำยอดรวมได้ 490.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 15,980 ล้านบาท โดยขายได้ 96 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนล็อตทั้งหมด
ไฮไลต์สำคัญของการขายชุดนี้คือ No. 15 (Two Greens and Red Stripe) ปี 1964 ของ Mark Rothko จากคอลเลกชันของ Agnes Gund นักสะสมงานศิลปะและอดีตประธานกิตติมศักดิ์ของ Museum of Modern Art หรือ MoMA ผลงานชิ้นนี้ขายได้ 98,385,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,210 ล้านบาท และสร้างสถิติใหม่ให้ Rothko ในตลาดประมูล
นอกจากนี้ Christie’s ยังระบุสถิติใหม่อีกหลายรายการ เช่น Portrait de Madame K. ของ Joan Miró ที่ขายได้ 53,535,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,745 ล้านบาท มากกว่าสองเท่าของราคาประเมินต่ำสุด
Mother and Child (Nancy and Olivia) ของ Alice Neel ก็สร้างสถิติใหม่ให้ศิลปิน หลังขายได้ 5,687,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 185 ล้านบาท จากการแข่งขันประมูลนานราว 6 นาที และทำราคาได้ประมาณสามเท่าของราคาประเมินสูงสุด
ในกลุ่มงานบนกระดาษ Remedios Varo สร้างสถิติใหม่สำหรับงานบนกระดาษของศิลปิน จาก Energía cósmica (Inspiración) ที่ขายได้ 4,467,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 146 ล้านบาท ขณะที่ Henri Matisse ทำสถิติใหม่สำหรับงานหมึกบนกระดาษ จาก Nature morte, fougères et grenades ที่ขายได้ 4,833,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 158 ล้านบาท
Aleksandr Rodchenko ก็ทำสถิติสำหรับงานบนกระดาษของศิลปิน จาก Maquette for War of the Future ที่ขายได้ 1,524,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 50 ล้านบาท และยังเป็นราคาสูงสุดอันดับสองของศิลปินในตลาดประมูลอีกด้วย
ผลงานเด่นอื่นและสัญญาณของตลาดศิลปะโลก

ผลงานอื่นที่ทำราคาได้โดดเด่นยังมี Anxious Girl ของ Roy Lichtenstein ที่ขายได้ 46.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,503 ล้านบาท และ La femme aux lilas (Portrait de Nini Lopez) ของ Pierre Auguste Renoir ที่ขายได้ 28.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 919 ล้านบาท
ฝั่ง Claude Monet เองก็มี Pommiers, Vétheuil ที่ขายได้ 19.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 639 ล้านบาท หลังการแข่งขันประมูลเกือบ 5 นาที และทำราคาได้มากกว่าสองเท่าของราคาประเมินสูงสุด
การประมูลครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงค่ำคืนที่มีงานระดับมหากาพย์หลุดเข้าสู่ตลาด แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของตลาดศิลปะในช่วงเวลาที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากตลาดศิลปะโลกผ่านภาวะชะลอตัวและแรงกดดันต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะหลังช่วงโรคระบาด
แม้ตัวเลขระดับพันล้านเหรียญสหรัฐจะไม่ได้หมายความว่าตลาดศิลปะทั้งหมดกลับมาร้อนแรงเท่ากันทุกระดับ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับผลงานระดับพิพิธภัณฑ์ งานที่มีประวัติการครอบครองแข็งแรง และศิลปินที่อยู่ในแกนกลางของประวัติศาสตร์ศิลปะโลก แรงซื้อจากนักสะสมระดับบนยังคงมีอยู่จริง
สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ การทำลายสถิติหลายรายการภายในคืนเดียวเช่นนี้ จะส่งแรงกระเพื่อมต่อทิศทางตลาดศิลปะโลกในช่วงต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะต่อความเชื่อมั่นของนักสะสม ห้องประมูล และเจ้าของคอลเลกชันระดับสูงที่อาจกำลังพิจารณานำผลงานสำคัญเข้าสู่ตลาดในอนาคต
เรื่อง: เต้ Art Man