เซี่ยงไฮ้ให้แพทย์ “สั่งจ่ายพิพิธภัณฑ์” เชื่อมศิลปะเข้ากับระบบดูแลสุขภาพจิต

Shanghai Science and Technology Museum

เซี่ยงไฮ้ให้แพทย์ “สั่งจ่ายพิพิธภัณฑ์” เชื่อมศิลปะเข้ากับระบบดูแลสุขภาพจิต

เซี่ยงไฮ้จัดตั้ง “Museum Healing Alliance” เครือข่ายความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ห้องสมุด และสถาบันวัฒนธรรม เพื่อศึกษาการใช้ประสบการณ์ในพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพจิต พร้อมสร้างระบบให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถส่งต่อผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมควบคู่กับการรักษาตามปกติ

โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากโครงการนำร่อง “Museum Prescription Programme” ซึ่ง Shanghai Science and Technology Museum ร่วมกับ Shanghai Mental Health Centre เริ่มทดลองมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน

แนวคิดนี้พัฒนามาจากสิ่งที่เรียกว่า “social prescribing” หรือการที่บุคลากรทางการแพทย์ส่งต่อผู้ป่วยไปทำกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม หรือชุมชน เช่น การชมงานศิลปะ ฟังดนตรี ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนสุขภาวะควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์

ใบสั่งพิพิธภัณฑ์

ภาพโปรโมท นิทรรศการ Galloping Wonders ซึ่งจัดแสดงที่ Shanghai Science and Technology Museum

ผู้เข้าร่วมโครงการในเซี่ยงไฮ้สามารถได้รับ “ใบสั่งพิพิธภัณฑ์” จาก Shanghai Mental Health Centre หรือได้รับการส่งต่อจากองค์กรชุมชนในพื้นที่ ปัจจุบันมีการออกใบสั่งแล้วมากกว่า 200 ใบ และคาดว่าจะสั่งจ่ายได้ถึง 450 ใบภายในสิ้นเดือนสิงหาคม

ซึ่งการสั่งจ่ายพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจะรวมไปถึงการร่วมกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเยี่ยมชมนิทรรศการและการแสดงที่ผสมผสานศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ และประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัส เช่น นิทรรศการ Galloping Wonders ที่ Shanghai Science and Technology Museum โครงการ Only the Trees Know ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Pudong Biyun Art Museum และคอนเสิร์ต Starlight Healing Concert ที่ Shanghai Astronomy Museum

เครือข่ายยังครอบคลุม Shanghai Duolun Museum of Modern Art หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยของรัฐที่เปิดดำเนินงานมายาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนสวนพฤกษศาสตร์ ห้องสมุด มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และสถาบันวัฒนธรรมระดับเทศบาล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดของกิจกรรมบำบัดใหม่จากสถาบันที่เพิ่งเข้าร่วม

นอกจากการขยายจำนวนพื้นที่ให้บริการแล้ว Museum Healing Alliance ยังเตรียมสร้างระบบวิจัยระยะยาว โดยผู้สูงอายุที่ได้รับการส่งต่อผ่านสถาบันประเมินความบกพร่องทางการรู้คิด และจะได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักประสาทวิทยาและสถาบันการศึกษาจะเข้ามาประเมินผลลัพธ์ของโครงการ

พันธมิตรแห่ง Museum Healing Alliance

ผู้จัดระบุว่า นี่เป็นความพยายามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ social prescribing ของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติสหราชอาณาจักร หรือ NHS รวมถึงกิจกรรมด้านสุขภาวะของ Phillips Collection ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

แม้โครงการยังอยู่ในขั้นทดลองและยังไม่มีการเผยแพร่ผลประเมินประสิทธิผลในระยะยาว แต่ความสำคัญของมันอยู่ที่การขยับบทบาทของพิพิธภัณฑ์จากสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงวัตถุ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาวะของเมือง

Museum Healing Alliance จึงไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อสรุปง่ายๆ ว่า “ศิลปะรักษาโรคได้” หากกำลังทดสอบคำถามที่กว้างกว่านั้นว่า พิพิธภัณฑ์จะสนับสนุนการรักษา ลดความโดดเดี่ยว และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนได้มากเพียงใด เมื่อสถาบันวัฒนธรรมเริ่มทำงานร่วมกับระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม

เรื่อง เต้ Art Man