Nebuta Matsuri จากความง่วงสู่สมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

ขบวนโคมไฟในเทศกาล Aomori Nebuta Matsuri

Nebuta Matsuri

ในทุก ๆ ปี ระหว่างวันที่ 2 ถึง 7 สิงหาคม ที่เมือง Aomori ประเทศญี่ปุ่น จะมีการจัดเทศกาล “เนบุตะ” ซึ่งเมืองทั้งเมืองถูกปลุกให้ตื่นด้วยแสงไฟ นักรบยักษ์ เสียงกลอง และการแสดงดอกไม้ไฟ ประหนึ่งเป็นสัญญาณว่าญี่ปุ่นเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว

จุดเด่นของเทศกาลนี้คือขบวนโคมไฟกระดาษขนาดยักษ์ที่เรียกว่า “เนบุตะ” แต่ละตัวกว้างได้ถึง 9 เมตร สูง 5 เมตร และมีน้ำหนักรวมหลายตัน โดยสร้างจากโครงลวดที่ขึ้นรูปเป็นนักรบ เทพเจ้า หรือปีศาจในตำนาน แล้วปิดด้วยกระดาษวาชิ (washi) บางเฉียบ ก่อนตัดเส้นด้วยขี้ผึ้งเพื่อให้แสงไฟจากด้านในลอดออกมาเป็นเส้นแสงคมชัดยามค่ำคืน

Nebuta Matsuri: ต้นเหตุจากความง่วง

ที่มาของชื่อ “เนบุตะ” มีหลายความเชื่อ บ้างก็ว่าเชื่อมโยงกับพิธีกรรมโบราณ “เนมุริ นากาชิ” ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า Nemutashi (眠たし) ที่แปลว่า ง่วงนอน หรือสลึมสลือ โดยเป็นการลอยโคมและสิ่งของลงน้ำเพื่อขับไล่ความง่วงเหงาและความอ่อนล้าจากฤดูร้อนก่อนเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากสิ่งชั่วร้ายที่มาขัดขวางการทำเกษตรของชาวบ้าน

อีกแนวคิดที่ปรากฏคือเรื่องของนายพล Sakanoue no Tamuramaro ผู้นำทัพไปปราบชาว Emishi ในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 ถึงต้นศตวรรษที่ 9 กล่าวกันว่าเขาใช้โคมไฟยักษ์และเสียงกลองล่อศัตรูออกมาก่อนจู่โจม จนถึงกลางทศวรรษ 1990 รางวัลโคมยอดเยี่ยมของเทศกาลยังใช้ชื่อว่า “รางวัล Tamuramaro” ตามตำนานนี้

อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ชี้ว่าไม่มีหลักฐานว่า Tamuramaro เคยเดินทัพไปถึง Aomori จริง โดยมีบันทึกว่าเดินทางไปได้ไกลที่สุดเพียงจังหวัด Iwate เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นตำนานที่แต่งเสริมขึ้นภายหลัง เพื่อให้เทศกาลมีวีรบุรุษในประวัติศาสตร์

ไม่ว่าที่มาจะเป็นแบบใด ปัจจุบัน Aomori Nebuta Matsuri ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1980 โดยสำนักงานกิจการวัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของฤดูร้อนในภูมิภาค Tohoku ไม่ใช่เพียงในฐานะงานท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่งานช่าง แสง สี เสียง ตำนาน และชุมชนเคลื่อนไหวร่วมกันทุกปี

อีกหนึ่งเสน่ห์ของเนบุตะคือใครก็สามารถร่วมเต้นได้ นักเต้นที่เรียกว่า “ฮาเนโตะ” สวมยูกาตะ หมวกดอกไม้ hanagasa และกระดิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งทุกครั้งที่กระโดด

นักเต้นจะตะโกนคำร้อง “รัสเซระ รัสเซระ” ไปพร้อมกับขบวนโคมนักรบยักษ์ที่เคลื่อนผ่านถนนกลางเมือง ในคืนวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย โคมที่ชนะรางวัลจะถูกยกขึ้นเรือแล่นออกสู่อ่าวท่ามกลางแสงพลุ ปิดท้ายเทศกาลด้วยพิธีกรรมที่ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการลอยโคมลงน้ำนั่นเอง

Nebuta Matsuri เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ของ Tohoku

เทศกาลนี้ไม่ได้จัดขึ้นเฉพาะที่เมือง Aomori เท่านั้น ที่เมือง Hirosaki ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 40 กิโลเมตร มีการจัด Hirosaki Neputa โดยใช้โคมทรงพัดใบใหญ่ที่วาดภาพการต่อสู้จากวรรณกรรมจีน

ส่วนที่ Goshogawara มี Tachineputa ซึ่งเป็นโคมทรงหอคอยที่สูงได้ถึงราว 20 เมตร แต่ละเมืองปรับรูปแบบโคม ดนตรี และบรรยากาศให้มีเอกลักษณ์ของตนเอง แต่ยังแบ่งปันรากฐานความเชื่อเดียวกัน คือการขับไล่ความอ่อนล้าจากฤดูร้อนและต้อนรับฤดูเก็บเกี่ยว

เมื่อแสงไฟแห่งเนบุตะส่องสว่างขึ้น ขอให้ความง่วงจงหายไป

เรื่อง: เต้ Art Man
ภาพ: Aomori Nebuta Festival 2006. The Nebuta of the Nebuta Enthusiasts’ Association, and the entire association’s performance of “Suikoden.”