Phillips ทำยอดประมูลต้นปี 2026 แตะ 16,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อน

ขณะกำลังประมูลผลงาน Sixteen Jackies, 1964 ของ Andy Warhol. Image Courtesy of PHILLIPS

Phillips ทำยอดประมูลต้นปี 2026 แตะ 16,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อน

Phillips (ฟิลลิปส์) ประกาศผลการประมูลฤดูใบไม้ผลิปี 2026 อย่างเป็นทางการ ด้วยยอดขายรวมทั่วโลก 507 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 พร้อมอัตราการปิดจำนวน LOT ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่แข็งแกร่งที่สุดของบริษัทในรอบหลายปี และเกิดขึ้นในปีที่ Phillips ฉลองครบรอบการก่อตั้ง 230 ปี
ฤดูกาลนี้สร้างสถิติใหม่หลายรายการ รวมถึงคอลเลกชันส่วนตัวระดับสถาบันที่ดึงดูดผู้ซื้อสถาบันด้วยกันรวม 16 รายการ

ขณะที่ฐานผู้สะสมขยายตัวทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และช่วงอายุ โดยในเดือนพฤษภาคม การประมูลนาฬิกาที่ Geneva (เจนีวา) ซึ่งจัดร่วมกับ Bacs & Russo (บาคส์ แอนด์ รุสโซ) กลายเป็นการประมูลนาฬิกาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Phillips โดยมีสัดส่วนผู้ซื้อครั้งแรกคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ซื้อทั้งหมดในฤดูกาลนี้ และนักสะสมกลุ่ม Millennial (มิลเลนเนียล) และ Gen Z (เจนซี) รวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้เสนอราคาและผู้ซื้อทั้งหมด

Martin Wilson (มาร์ติน วิลสัน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Phillips กล่าวว่า ผลลัพธ์ในการปิดฤดูกาลนี้สะท้อนทั้งความแข็งแกร่งของตลาดและความก้าวหน้าของบริษัทในฐานะธุรกิจตลอดปีที่ผ่านมา ยอดประมูลที่เพิ่มขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์เป็นผลจากทรัพย์สินคุณภาพสูง การมีส่วนร่วมของผู้ซื้อทั่วโลก และความต้องการที่ต่อเนื่องตลอดทั้งตลาด

Wilson มองว่าการเติบโตครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเน้นย้ำเรื่องคุณภาพ นวัตกรรม และวิธีที่บริษัทมีปฏิสัมพันธ์กับนักสะสมมากขึ้น พร้อมชี้ว่าสถิติการขายผลงานที่มีราคาประเมินสูงกว่า 15 ล้านดอลลาร์ปิดได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกชิ้นนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นเครื่องยืนยันความสามารถของบริษัทในการหาและปิดการขายผลงานระดับสูง พร้อมกล่าวถึงคอลเลกชันสำคัญของฤดูกาลนี้ ทั้งจาก Ambassador John L. Loeb Jr. (แอมบาสซาเดอร์ จอห์น แอล. โลบ จูเนียร์) และ Tina Hills (ทีนา ฮิลส์) ที่เพิ่มมิติและความโดดเด่นให้กับการนำเสนอผลงานของบริษัท รวมถึงความสำเร็จของแผนกนาฬิกาที่ทำลายสถิติในทุกพื้นที่การขาย และระบบ Priority Bidding ที่ช่วยสร้างแรงเสนอราคาก่อนเปิดประมูลล็อตแรกด้วยซ้ำ ส่งผลให้กิจกรรมเสนอราคาก่อนการประมูลสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงกว่า 3 เท่า

ตัวเลขสำคัญของฤดูกาล

ฤดูกาลนี้ อัตราขายได้ของการประมูลรอบค่ำ (Evening Sale) โดยรวมอยู่ที่ 94 เปอร์เซ็นต์ตามจำนวนล็อต และ 99 เปอร์เซ็นต์ตามมูลค่า ขณะที่ดัชนีราคาปิดเทียบกับราคาประเมินต่ำสุดของฤดูกาลอยู่ที่ 1.65 หรือ 165 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าโดยเฉลี่ยแล้วราคาปิดประมูลสูงกว่าราคาประเมินขั้นต่ำอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ผลงานเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของฤดูกาลถูกขายผ่านช่องทางออนไลน์

นาฬิกา: สถิติใหม่ใน 3 ทวีป

แผนกนาฬิกาของ Phillips ซึ่งจัดร่วมกับ Bacs & Russo ปิดฤดูกาลด้วยการทำสถิติใหม่ในทุกเวทีการประมูลสด โดยทาง Phillips ได้ประกาศว่า งานประมูลที่ Geneva กลายเป็นการประมูลนาฬิกาที่ประสบความสำเร็จที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก ที่ New York (นิวยอร์ก) ซึ่งทำยอดรวมสูงสุดสำหรับการประมูลนาฬิกาในทวีปอเมริกา และที่ Hong Kong (ฮ่องกง) ซึ่งมีนาฬิกาที่ทำราคาสูงสุดเท่าที่เคยขายผ่านการประมูลในเอเชีย

ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย: นำโดย Sixteen Jackies ของ Andy Warhol

การประมูลรอบค่ำ Modern & Contemporary Art เดือนพฤษภาคมที่ New York ปิดการขายแบบ white-glove คือขายได้ครบทุกล็อต ด้วยยอดรวมมากกว่าสองเท่าของปีก่อน นำโดย Sixteen Jackies ของ Andy Warhol (แอนดี วอร์ฮอล) ท่ามกลางความต้องการที่ขยายไปทั่วทุกยุคสมัยและแนวทางศิลปะ ผลงานยุค Modern ในการประมูลเดือนพฤษภาคมที่ New York ขายได้ 93 เปอร์เซ็นต์ตามจำนวนล็อต ขณะที่ผลงานยุค Impressionist และ American ต่างขายได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์

คอลเลกชันส่วนตัว: แรงซื้อระดับสถาบันและอัตราขายได้เป็นประวัติการณ์

คอลเลกชันของ Ambassador John L. Loeb Jr. ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นคอลเลกชันศิลปะเดนมาร์กที่สำคัญซึ่งปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของเอกชน ทำยอดรวมประมาณ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 599 ล้านบาท จากการประมูล 5 ครั้งใน New York และ London (ลอนดอน) สูงกว่าราคาประเมินรวมก่อนการประมูล โดยการประมูลที่ New York ขายได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์แบบ white-glove ส่วนการประมูลออนไลน์ปิดท้ายขายได้ 90 เปอร์เซ็นต์ รวมอัตราขายได้ตลอดคอลเลกชันอยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ โดย 43 เปอร์เซ็นต์ของล็อตขายได้สูงกว่าราคาประเมินสูงสุด และมีผลงาน 16 ชิ้นจากคอลเลกชันนี้ถูกซื้อโดยสถาบันสาธารณะชั้นนำ

ส่วนคอลเลกชัน A Life in Colour จากกองมรดกของ Tina Hills นักสะสมและผู้อุปถัมภ์ศิลปะชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลี ทำอัตราขายได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ กระจายอยู่ในหลายหมวดการประมูลทั้ง งานมี Editions, Jewels, Design และ Modern & Contemporary Art นำโดยผลงาน Plain ของ Joan Mitchell (โจน มิตเชลล์) ซึ่งติดอันดับหนึ่งใน 10 ล็อตที่ทำราคาสูงสุดของฤดูกาล ขณะที่ผลงาน Paloverde ของ Helen Frankenthaler (เฮเลน แฟรงเคนธาเลอร์) ทำราคาได้เกือบ 4 เท่าของราคาประเมิน

สำหรับหมวดเครื่องประดับ คอลเลกชันส่วนตัวเจ้าของเดียวทำอัตราขายได้ 98 เปอร์เซ็นต์ โดย 81 เปอร์เซ็นต์ของล็อตขายได้สูงกว่าราคาประเมินสูงสุด สะท้อนว่าอัญมณีสีและเครื่องประดับที่มีลายเซ็นดีไซเนอร์ยังคงครองความนิยมในตลาด

เครื่องประดับ: ความต้องการสูงสำหรับของมีลายเซ็นและที่มาสำคัญ

เนื่องในโอกาสครบรอบ 230 ปีของ Phillips การประมูลเครื่องประดับที่ Geneva ได้เปิดตัวหมวดพิเศษ Collections & Provenance ซึ่งให้ความสำคัญกับเครื่องประดับยุคเก่าและชิ้นงานที่มีที่มาโดดเด่นเป็นการเฉพาะ โดยมีเครื่องประดับและวัตถุจากตระกูล Vanderbilt (แวนเดอร์บิลต์) และตระกูลขุนนางยุโรปรวมอยู่ด้วย ซึ่งหมวดนี้ทำราคาได้สูงกว่าราคาประเมินต่ำสุดถึง 3 เท่า ส่วนที่ Hong Kong และ New York เครื่องประดับที่มีลายเซ็นดีไซเนอร์ขายได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดย 74 เปอร์เซ็นต์ของล็อตขายได้สูงกว่าราคาประเมินสูงสุด

ภาพถ่าย: ผู้นำตลาดและผลงานเด่นประจำฤดูกาล

สำหรับภาพถ่าย Phillips นำเสนอผลงานที่ทำราคาสูงสุดในบรรดาการประมูลภาพถ่ายทั้งหมดของฤดูกาลนี้ คือ Bandolier, Corn, Sickle (1927) ผลงานอันเป็นสัญลักษณ์ของ Tina Modotti (ทีนา โมด็อตติ) ซึ่งทำราคาได้ 645,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21.5 ล้านบาท มากกว่า 6 เท่าของราคาประเมินต่ำสุด

Editions: ขายครบทุกล็อตและครองความเป็นผู้นำตลาดโลก

นอกเหนือจากที่กล่าวมา Phillips ยังปิดการขายแบบ white-glove ได้อีกสองครั้ง คือ Evening & Day Sale เดือนมกราคมที่ London ซึ่งทำราคาได้เกือบสองเท่าของราคาประเมิน รวมถึงการประมูลผลงานของ Zao Wou-Ki (จ้าว อู๋จี๋) ที่ Hong Kong ในเดือนมิถุนายน ขณะที่การประมูล Modernism ที่ New York ในเดือนเมษายนก็ทำผลงานได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหมวดนี้

เอเชีย: ฮ่องกงเติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น

การประมูลฤดูใบไม้ผลิที่ Hong Kong เติบโตขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี โดย 83 เปอร์เซ็นต์ของล็อตขายได้สูงกว่าราคาประเมินก่อนการประมูล เอเชียยังคงดึงดูดนักสะสมหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดย 34 เปอร์เซ็นต์ของผู้ซื้อในการประมูลที่ Hong Kong เป็นผู้ซื้อครั้งแรกของ Phillips และจำนวนผู้เสนอราคาเฉลี่ยต่อล็อตเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี โดยกิจกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้นทั่วทั้งฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์

Private Sales: เครือข่ายทั่วโลกและลูกค้าใหม่หนึ่งในสาม

ฤดูกาลนี้ Phillips จัดนิทรรศการเพื่อการขาย (selling exhibitions) รวม 6 ครั้งใน 3 ประเทศ ได้แก่ Alice Baber: Sacred Spaces ที่ New York, Phillips + Dimoregallery: Syntax of Space ที่ Milan (มิลาน), Zao Wou-Ki: Infinite Dialogues และ Dissecting the Square: Colours and Black โดย Alexander James (อเล็กซานเดอร์ เจมส์) ทั้งสองรายการหลังจัดที่ Hong Kong โดย 1 ใน 3 ของผู้ซื้อผ่านช่องทาง Private Sales ในฤดูกาลนี้เป็นลูกค้าใหม่ของ Phillips ทั้งหมด และผู้ซื้อผ่านช่องทางนี้มาจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

Dropshop: การสะสมยุคดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ซื้อทั่วโลก

แพลตฟอร์ม Dropshop ของ Phillips เปิดตัวผลงานที่ประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้จาก Kelly Reemtsen (เคลลี รีมต์เซน), Hiroshi Nagai (ฮิโรชิ นางาอิ) และ Cahiers d’Art ที่ร่วมมือกับ Calder Foundation (มูลนิธิคาลเดอร์) โดย 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ซื้อผ่าน Dropshop เป็นผู้ซื้อครั้งแรกของ Phillips ในฤดูกาลนี้ และเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นนักสะสมกลุ่ม Millennial หรือ Gen Z โดยผู้ซื้อผ่านช่องทางนี้กระจายอยู่ใน 22 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป

10 ล็อตราคาสูงสุดของฤดูกาล

ผลงานที่ทำราคาสูงสุดของฤดูกาลคือ Sixteen Jackies (1964) ของ Andy Warhol ซึ่งขายได้ที่ 16,225,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 540 ล้านบาท จากราคาประเมิน 15-20 ล้านดอลลาร์ ในการประมูล Modern & Contemporary Art Evening Sale ที่ New York เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

ตามมาด้วยนาฬิกา Chronomètre à Résonance “Souscription, No. 007” ของ F.P. Journe (เอฟ.พี. ฌูร์น) ที่ขายได้ 13,922,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 464 ล้านบาท ในการประมูล The New York Watch Auction: XIV เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน

นาฬิกา Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) รุ่น Ref. 2499 “The Pink First Series” (1951) ทำราคาได้ 80,370,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 10,255,212 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 341 ล้านบาท) ในการประมูล The Hong Kong Watch Auction: XXII เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ขณะที่ Patek Philippe รุ่น Ref. 2523 “Polychrome Two crown World time” (1953) ทำราคาได้ 7,961,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 10,245,807 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 341 ล้านบาท) ในการประมูล The Geneva Watch Auction: XXIII เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม

หมวดศิลปะ: ศิลปะ ดีไซน์ และของสะสมระดับบนยังดึงแรงซื้อ

นอกจากหมวดนาฬิกาที่กลายเป็นแรงขับสำคัญของฤดูกาลนี้ Phillips ยังรายงานผลงานเด่นในหลายหมวดสะสม ซึ่งสะท้อนภาพตลาดที่ไม่ได้อ่อนแรงแบบเท่ากันทั้งกระดาน แต่กำลังให้รางวัลกับชิ้นงานที่มีชื่อชั้น มีความหายาก และมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์หรือการออกแบบชัดเจน

ในหมวด Modern & Contemporary Art ล็อตสูงสุดของฤดูกาลคือ Sixteen Jackies (1964) ของ Andy Warhol (แอนดี วอร์ฮอล) ซึ่งขายได้ 16.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 535 ล้านบาท ในการประมูล The Modern & Contemporary Art Evening Sale ที่ New York เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

ในหมวด Design ล็อตสูงสุดคือประติมากรรมรูปแกะ Mouton de Pierre (1979) ของ François Xavier Lalanne (ฟรองซัวส์ ซาเวียร์ ลาลานน์) ซึ่งขายได้ 361,200 ปอนด์ หรือประมาณ 489,399 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นราว 16.3 ล้านบาท ในการประมูล Design ที่ London เมื่อวันที่ 30 เมษายน

ในหมวด Editions ภาพพิมพ์ Queen Elizabeth II of the United Kingdom จากชุด Reigning Queens (1985) ของ Andy Warhol ขายได้ 232,200 ปอนด์ หรือประมาณ 295,382 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นราว 9.8 ล้านบาท ในการประมูล Evening & Day Editions ที่ London เมื่อวันที่ 24 มกราคม

ส่วนในหมวด Jewels ล็อตสูงสุดคือสร้อยคอและสร้อยข้อมือ Zip อัญมณีปะการัง คริโซเพรส และเพชร (2012) ของ Van Cleef & Arpels (แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์) ซึ่งขายได้ 619,200 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 796,809 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นราว 26.5 ล้านบาท ในการประมูล The Geneva Jewels Auction: VI เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม

นับว่าเป็นการประกาศที่น่าสนใจและสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของนักสะสมซึ่งมีทั้งผู้มีประสบการณ์และหน้าใหม่ รวมไปถึงการเติบโตของช่องทางออนไลน์ของทางห้องประมูลเก่าแก่นี้

*ราคาประเมินในรายงานของ Phillips ไม่รวมค่าธรรมเนียมผู้ซื้อ ขณะที่ราคาขายจริงเป็นราคาที่รวมค่าธรรมเนียมผู้ซื้อแล้ว

เรื่อง เต้ Art Man