ภาษีนักท่องเที่ยวอังกฤษ เปิดอำนาจใหม่ให้เมือง
ภาษีนักท่องเที่ยวอังกฤษ กำลังกลายเป็นประเด็นใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับอนาคตของพิพิธภัณฑ์และสถาบันวัฒนธรรม หลังรัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศเตรียมให้อำนาจนายกเทศมนตรีและผู้นำท้องถิ่นในอังกฤษสามารถจัดเก็บ Overnight Visitor Levy หรือค่าธรรมเนียมจากการพักค้างคืน เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่สำหรับการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
มาตรการดังกล่าวเป็นผลต่อเนื่องจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 ก่อนรัฐบาลจะเผยแพร่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนปีนี้ โดยแนวทางที่รัฐบาลเลือกคือคิดค่าธรรมเนียมเป็นสัดส่วนตามราคาที่พัก แทนการเรียกเก็บเป็นจำนวนเงินคงที่ เพื่อไม่ให้ผู้ที่เลือกที่พักราคาประหยัดต้องรับภาระในสัดส่วนสูงเกินไป
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวทั่วอังกฤษจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมทันที เพราะรัฐบาลยังต้องนำกฎหมายเข้าสู่กระบวนการ และแต่ละพื้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้มาตรการนี้หรือไม่ รวมถึงกำหนดรายละเอียดของอัตราและการจัดเก็บตามบริบทของเมืองตัวเอง
รัฐบาลคาดว่าผู้นำท้องถิ่นจะเริ่มนำเสนอแผนการใช้รายได้จากมาตรการดังกล่าวภายในช่วงต้นปี 2028 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระจายอำนาจด้านการคลังจากรัฐบาลกลางไปสู่ภูมิภาคมากขึ้น
ผู้อำนวยการ V&A เสนอแบ่ง 50% ให้สถาบันวัฒนธรรม
หลังการประกาศนโยบาย Tristram Hunt (ทริสแตรม ฮันต์) ผู้อำนวยการ Victoria and Albert Museum (พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและอัลเบิร์ต) พิพิธภัณฑ์ที่เป็นหนึ่งในหมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวของอังกฤษ แสดงท่าทีสนับสนุนแนวทางดังกล่าว แต่เสนอว่าควรมีกลไกกำกับให้เงินที่เก็บจากนักท่องเที่ยวถูกนำกลับมาสนับสนุนระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้มาเยือนอย่างชัดเจน
Hunt ให้สัมภาษณ์กับ The Art Newspaper ว่า สำหรับลอนดอน เขาต้องการเห็นรายได้ประมาณ 50% จากค่าธรรมเนียมดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อรักษานโยบายการเข้าชมสถาบันวัฒนธรรมสำคัญแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อเสนอนี้มีนัยสำคัญกับระบบพิพิธภัณฑ์ของอังกฤษ ซึ่งมีสถาบันระดับชาติหลายแห่งที่เปิดให้เข้าชมคอลเลกชันหลักโดยไม่เสียค่าเข้าชม และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 50% ยังเป็นเพียงข้อเสนอจาก Hunt ไม่ใช่สัดส่วนที่รัฐบาลกำหนดไว้ในนโยบาย Overnight Visitor Levy ปัจจุบัน เพราะรัฐบาลยังเปิดพื้นที่ให้เมืองต่าง ๆ สามารถเลือกนำรายได้ไปลงทุนได้หลายด้าน ตั้งแต่ระบบขนส่ง พื้นที่การค้า กิจกรรม ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับนักท่องเที่ยว
วัฒนธรรมคือส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจนักท่องเที่ยวลอนดอน
เหตุผลที่วงการศิลปะเริ่มออกมาเรียกร้องส่วนแบ่งจากรายได้ครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของวัฒนธรรมที่มีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของลอนดอนโดยตรง ก่อนหน้านี้ลอนดอนได้รับการโหวตให้เป็น เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับหอศิลป์ จากผลสำรวจด้านวัฒนธรรมของ Time Out ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นจากผู้คนมากกว่า 24,000 คนทั่วโลก
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก London City Hall ระบุว่า ในปี 2024 ลอนดอนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 20.9 ล้านครั้ง ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของ Greater London Authority ระบุว่ากรุงลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์ประมาณ 192 แห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสำคัญอย่าง British Museum, National Gallery, Tate Modern และ Natural History Museum
Alison Cole (อลิสัน โคล) อดีตบรรณาธิการ The Art Newspaper และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Cultural Policy Unit ยังสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยมองว่านายกเทศมนตรีควรนำรายได้ส่วนสำคัญกลับมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สหราชอาณาจักรเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
แนวคิดดังกล่าวจึงตั้งอยู่บนหลักการว่า หากพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี ศิลปะ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายในเมือง รายได้บางส่วนที่เกิดจากนักท่องเที่ยวก็ควรถูกหมุนกลับมาใช้รักษาโครงสร้างเหล่านี้ด้วย
ลอนดอนมองอัตราไม่เกิน 5% แต่รายละเอียดส่วนใหญ่ยังไม่สรุป
Sadiq Khan (ซาดิก ข่าน) นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการให้อำนาจเมืองจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่ามาตรการที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมสามารถนำเงินกลับไปลงทุนในพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน วัฒนธรรม และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ลอนดอนเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
แนวทางนี้ยังทำให้ลอนดอนเข้าใกล้เมืองท่องเที่ยวระดับโลกหลายแห่งที่ใช้กลไกค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวมานานแล้ว เช่น ปารีส อัมสเตอร์ดัม บาร์เซโลนา เวนิส และนิวยอร์ก ซึ่งนำรายได้จากผู้มาเยือนกลับไปสนับสนุนบริการและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองในรูปแบบแตกต่างกัน
ภาษีใหม่กับเสียงคัดค้าน
อีกด้านหนึ่ง นโยบายนี้กำลังเผชิญเสียงคัดค้านจากภาคธุรกิจโรงแรมและการบริการในอังกฤษ ซึ่งกังวลว่าการเพิ่มต้นทุนให้กับการเข้าพักอาจลดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อผู้ประกอบการที่ยังต้องรับมือกับต้นทุนการดำเนินงานในระดับสูง
The Guardian รายงานว่าตัวแทนของอุตสาหกรรมการบริการและโรงแรมบางส่วนเตือนถึงผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว การจ้างงาน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นหลายแห่งกลับมองว่ารายได้ใหม่มีความจำเป็น เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นกำลังเผชิญแรงกดดันด้านงบประมาณและต้องรับภาระจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี
สำหรับวงการศิลปะและวัฒนธรรม การอภิปรายครั้งนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการวางความสัมพันธ์ระหว่างพิพิธภัณฑ์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเสียใหม่ เพราะหากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในเมืองส่วนหนึ่งเพราะพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม คำถามต่อไปคือ รายได้จากการท่องเที่ยวควรถูกนำกลับมารักษาสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด
ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะสำหรับประเทศไทยเองนั้น คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ เตรียมนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปอยู่ในการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรมและเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันต่อไป
เรื่อง: เต้ Art Man
