ลอนดอนครองอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับหอศิลป์ แซงปารีสและนิวยอร์ก

The National Gallery (London)

ลอนดอนได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับหอศิลป์ จากผลสำรวจด้านวัฒนธรรมของ Time Out ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นจากผู้คนมากกว่า 24,000 คนทั่วโลก โดยเมืองหลวงของสหราชอาณาจักรทำคะแนนเหนือปารีสและนิวยอร์ก

ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจในลอนดอน 81.1 เปอร์เซ็นต์ มองว่าหอศิลป์เป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สุดของเมือง ทำให้ลอนดอนอยู่อันดับ 1 ในหมวดดังกล่าว ตามมาด้วยปารีสที่ 67.9 เปอร์เซ็นต์ และนิวยอร์กที่ 67.7 เปอร์เซ็นต์

ความโดดเด่นของลอนดอนมาจากการมีสถาบันศิลปะหลากหลายขนาด ตั้งแต่ National Gallery, Tate Modern, Tate Britain, Barbican และ Hayward Gallery ไปจนถึง Courtauld Gallery, Institute of Contemporary Arts, Serpentine Galleries, South London Gallery และ Camden Art Centre

อีกปัจจัยหนึ่งคือการเข้าถึงงานศิลปะ โดยพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์สาธารณะหลายแห่งของลอนดอนเปิดให้เข้าชมคอลเล็กชันถาวรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้เมืองมีโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักสะสมหรือนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง

ลอนดอนยังอยู่อันดับ 1 ด้านวัฒนธรรม

ผลสำรวจหมวดหอศิลป์เป็นส่วนหนึ่งของการจัดอันดับ Best Cities for Culture 2026 ซึ่ง Time Out จัดทำร่วมกับ Intrepid Travel ที่เผยว่าได้รวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในเมืองต่าง ๆ และการประเมินจากคณะผู้เชี่ยวชาญและบรรณาธิการของ Time Out

ในการจัดอันดับด้านวัฒนธรรมโดยรวม ลอนดอนอยู่ในอันดับ 1 ตามมาด้วยปารีส นิวยอร์ก เบอร์ลิน และเคปทาวน์ โดยได้รับคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญ 95 จาก 100 คะแนน ขณะที่ชาวลอนดอน 99 เปอร์เซ็นต์ประเมินว่าวัฒนธรรมของเมืองอยู่ในระดับดีหรือยอดเยี่ยม

นอกจากคะแนนด้านหอศิลป์แล้ว ลอนดอนยังได้รับคะแนน 90 เปอร์เซ็นต์ในหมวดละครเวที และ 88 เปอร์เซ็นต์ในหมวดพิพิธภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะหมวดพิพิธภัณฑ์ ลอนดอนอยู่ในอันดับ 3 รองจากปารีสและมาดริด

โครงสร้างศิลปะที่ยังขยายตัว

การจัดอันดับเกิดขึ้นในช่วงที่ลอนดอนมีพื้นที่วัฒนธรรมแห่งใหม่เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้ง V&A East, V&A East Storehouse, Quentin Blake Centre for Illustration และ Museum of Youth Culture ขณะที่ London Museum มีกำหนดเปิดสถานที่แห่งใหม่ในย่าน Smithfield ในเดือนพฤศจิกายน 2026

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เมืองศิลปะที่ดีที่สุดในโลก” ในการจัดอันดับครั้งนี้ควรพิจารณาภายใต้ขอบเขตของผลสำรวจความคิดเห็น โดยเฉพาะการรับรู้ของประชาชนต่อคุณภาพและการเข้าถึงหอศิลป์ ไม่ใช่การวัดขนาดตลาดศิลปะ ยอดขายจากการประมูล จำนวนแกลเลอรีเชิงพาณิชย์ หรือมูลค่าการซื้อขายงานศิลปะโดยตรง

ถึงกระนั้น ผลสำรวจก็สะท้อนให้เห็นในมุมหนึ่งว่า ความแข็งแกร่งของเมืองศิลปะไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีพิพิธภัณฑ์ใหญ่หรือผลงานชิ้นสำคัญเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการสร้างระบบที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงศิลปะได้อย่างต่อเนื่องและหลากหลายด้วย

เรื่อง เต้ Art Man