Sotheby’s ทำยอดขาย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 1.50 แสนล้าน โต 58%

บรรยากาศภายในห้องประมูลขณะทำการประมูลผลงาน La Grande Vallée VII ของ โจน มิตเชลล์ (Joan Mitchell) ในงาน Sotheby’s Modern & Contemporary Evening Auction

Sotheby’s ทำยอดขายครึ่งแรกปี 2026 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Sotheby’s ประกาศผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ด้วยยอดขายรวมประมาณ 149,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นยอดขายครึ่งปีที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

ยอดขายในส่วนของการประมูล และ ขายส่วนตัว (Private Sale) ได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยอดขายจากการประมูลอยู่ที่ประมาณ 115,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Private Sales หรือการซื้อขายแบบส่วนตัวทำยอดขายประมาณ 28,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52 เปอร์เซ็นต์

Sotheby’s ให้ข้อมูลว่าอัตราการขายออกโดยรวมอยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดของ Sotheby’s นับตั้งแต่ปี 2010 ขณะที่จำนวนผู้ประมูลเฉลี่ยต่อหนึ่งล็อตที่ขายได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.9 ราย สูงขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และเป็นสถิติใหม่เช่นกัน

ตลอดครึ่งปีแรก Sotheby’s จัดการประมูลรวม 170 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมเสนอราคาจาก 119 ประเทศ สะท้อนว่าความต้องการสะสมยังคงกระจายตัวไปในหลายภูมิภาค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป

Charles F. Stewart ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sotheby’s ระบุว่า ผลงานครึ่งปีแรกสะท้อนแรงซื้อที่เกิดขึ้นในหลายหมวดหมู่และหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะคอลเลกชันจากเจ้าของรายเดียว สินค้ากลุ่ม Luxury และ Private Sales พร้อมประเมินว่ารายการซื้อขายสำหรับครึ่งหลังของปี 2026 ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

Fine Art และคอลเลกชันเจ้าของรายเดียวขับเคลื่อนยอดขาย

ผลงาน Vétheuil, effet du matin ของ โคลด โมเนต์ (Claude Monet) (ภาพ: © Damien Perronnet, Blok Design Group & Art Digital Studio, Sotheby’s)

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากฤดูกาลประมูลครั้งใหญ่ใน New York ซึ่งสร้างยอดขายรวมประมาณ 30,900 ล้านบาท พร้อมอัตราการขายออก 92.5 เปอร์เซ็นต์ บริษัทระบุว่านี่คืออัตราการขายออกรวมสูงที่สุดสำหรับชุดการประมูลในช่วง Marquee ที่ Sotheby’s New York เคยจัดขึ้น

ผลงานจากคอลเลกชันของเจ้าของรายเดียวซึ่งมีประวัติการครอบครองชัดเจนทำอัตราการขายออกสูงถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างสำคัญคือการประมูล Robert Mnuchin: Collector at Heart ซึ่งสร้างยอดขายประมาณ 5,880 ล้านบาท

ผลงาน La Grande Vallée VII 《大峽谷(第七號)》 โดย โจน มิตเชลล์ (Joan Mitchell) ที่งานประมูล Sotheby’s Evening Auction

ทางด้าน London การประมูลครั้งใหญ่ในเดือนมิถุนายนสร้างยอดขายรวมประมาณ 18,900 ล้านบาท ซึ่ง Sotheby’s ระบุว่าเป็นมูลค่ารวมสูงที่สุดสำหรับฤดูกาลประมูลที่เคยจัดขึ้นในยุโรป

ผลงานส่วนใหญ่มาจาก Masterpieces from The Lewis Collection ซึ่งทำยอดขายประมาณ 13,800 ล้านบาท สูงกว่าราคาประเมินสูง และกลายเป็นการประมูลคอลเลกชันของเจ้าของรายเดียวที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสหราชอาณาจักร รวมถึงเป็นการประมูลศิลปะ Impressionist, Modern และ Contemporary ที่มีมูลค่าสูงที่สุดซึ่งเคยจัดขึ้นในยุโรปตามข้อมูลของบริษัท

Design และ Old Masters ทำสถิติใหม่ใน New York

อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญคือการประมูล The Collection of Jean & Terry de Gunzburg: Design Masters ซึ่งเป็นการประมูล Design จากเจ้าของรายเดียวครั้งแรกที่จัดขึ้นภายในอาคาร The Breuer  ใน New York สร้างยอดขายประมาณ 3,260 ล้านบาท และขายได้ครบทุกล็อต

เมื่อรวมผลงาน Modern และ Contemporary จากคอลเลกชันเดียวกันซึ่งนำออกขายในเดือนพฤษภาคม ยอดขายรวมของคอลเลกชันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5,360 ล้านบาท

ภายในชุดการประมูลดังกล่าว ผลงานกระจกจำนวน 15 ชิ้นของ Claude Lalanne ทำยอดขายรวมประมาณ 1,140 ล้านบาท สร้างสถิติราคาประมูลใหม่ของศิลปิน และกลายเป็นผลงาน Design ที่ทำราคาสูงที่สุดในการประมูลตามข้อมูลจาก Sotheby’s

ส่วนทางด้านงาน Old Masters ครั้งแรกที่จัดขึ้นใน The Breuer สร้างยอดขายรวมประมาณ 3,220 ล้านบาท นำโดยภาพวาดเส้นของ Rembrandt ซึ่งขายได้ประมาณ 612 ล้านบาท และทำสถิติราคาประมูลใหม่สำหรับผลงานประเภทนี้ของศิลปิน

Sotheby’s ยังระบุว่า การประมูล Old Master Drawings ครั้งนี้เป็นการประมูลในหมวดดังกล่าวที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

ตลาดเอเชียและตะวันออกกลางสร้างหมุดหมายใหม่

ทางฝั่ง New York การประมูล Modern & Contemporary South Asian Art ขายได้ครบทุกล็อตและสร้างยอดขายประมาณ 751 ล้านบาท นับเป็นยอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับสองของหมวดศิลปะเอเชียใต้ในประวัติศาสตร์ของ Sotheby’s

ด้าน Hong Kong การประมูล Modern & Contemporary Evening Sale ขายได้ครบทุกล็อตเช่นกัน เมื่อรวมกับการประมูลรอบกลางวันสร้างยอดขายประมาณ 3,100 ล้านบาท

ผลงาน La Grande Vallée VII ของ Joan Mitchell ขายได้ประมาณ 598 ล้านบาท และถูกระบุว่าเป็นผลงานของศิลปินหญิงที่ทำราคาสูงที่สุดในการประมูลซึ่งจัดขึ้นในเอเชีย

ในฝรั่งเศส ผลงานของ Claude Monet ทำราคาประมาณ 411 ล้านบาท สร้างสถิติใหม่สำหรับผลงานของศิลปินในการประมูลที่ประเทศฝรั่งเศส การประมูล Modern และ Contemporary ครั้งดังกล่าวสร้างยอดขายรวมประมาณ 1,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 84 เปอร์เซ็นต์จากการประมูลช่วงเดียวกันของปี 2025

ส่วน Origins II ซึ่งเป็นการประมูลครั้งที่สองของ Sotheby’s ในซาอุดีอาระเบีย ทำยอดขายรวมประมาณ 666 ล้านบาท โดยผลงาน Coffee Shop in Madina Road ของ Safeya Binzagr ขายได้ประมาณ 71 ล้านบาท และสร้างสถิติราคาประมูลสูงที่สุดสำหรับศิลปินชาวซาอุดีอาระเบีย

Luxury เติบโตทั้งรถยนต์ นาฬิกา เครื่องประดับ และอสังหาริมทรัพย์

Ferrari 250 GT SWB California Spider ปี 1961

นอกเหนือจาก Fine Art แล้ว กลุ่มธุรกิจ Luxury ยังสร้างการเติบโตพร้อมกันหลายหมวด โดย RM Sotheby’s ทำยอดขายครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 61 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปี 2025

หนึ่งในรายการสำคัญคือ Ferrari 250 GT SWB California Spider ปี 1961 ซึ่งขายได้ประมาณ 668 ล้านบาทในการประมูลที่ Monaco การประมูลครั้งนั้นสร้างยอดขายรวมประมาณ 3,480 ล้านบาท และถูกระบุว่าเป็นการประมูลรถยนต์สะสมที่มีมูลค่าสูงที่สุดซึ่งเคยจัดขึ้นในยุโรป

Concierge Auctions ซึ่งดำเนินธุรกิจประมูลอสังหาริมทรัพย์ทำยอดขายเพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการขายอสังหาริมทรัพย์ 340 Biscayne Boulevard ในราคาประมาณ 3,260 ล้านบาทเป็นหนึ่งในรายการสำคัญ

ยอดขายนาฬิกาทั่วโลกเพิ่มขึ้น 64 เปอร์เซ็นต์ พร้อมอัตราการขายออก 90 เปอร์เซ็นต์ การประมูล Important Watches ใน Hong Kong ทำยอดขายประมาณ 1,800 ล้านบาท กลายเป็นการประมูลนาฬิกาที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ Sotheby’s และเป็นการประมูลนาฬิกาที่มีมูลค่าสูงที่สุดซึ่งเคยจัดขึ้นในเอเชียเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทประมูลทุกแห่ง

The Shapes of Cartier ซึ่ง Sotheby’s ระบุว่าเป็นคอลเลกชันนาฬิกา Cartier วินเทจที่ใหญ่และครอบคลุมที่สุดในประวัติศาสตร์การประมูล ขายได้ครบทุกล็อตและทำยอดขายรวมประมาณ 585 ล้านบาท โดยยังมีผลงานจากคอลเลกชันนี้เตรียมนำออกขายเพิ่มเติมภายในปีเดียวกัน

The Breuer และธุรกิจการเงินเสริมโครงสร้างของ Sotheby’s

งานประมูล Masterpieces from the Lewis Collection และ Contemporary and Modern Art Evening Auction ของ Sotheby’s (ภาพ: Rayan Bamhayan)

Sotheby’s ระบุว่า การย้ายสำนักงานใหญ่ใน New York มายังอาคาร The Breuer ที่ 945 Madison Avenue ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมมากกว่าสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่เดิมบน York Avenue

ภายในอาคารแห่งนี้ยังมีการเปิด Marcel ร้านอาหารที่ออกแบบโดย Roman & Williams เมื่อเดือนเมษายน บริษัทมองว่าร้านอาหาร นิทรรศการระดับพิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ต้องการขยายความสัมพันธ์กับผู้ชมออกไปไกลกว่าห้องประมูลแบบดั้งเดิม

ในด้านโครงสร้างเงินทุน Sotheby’s ออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 28,100 ล้านบาทเมื่อเดือนเมษายน เพื่อนำไปปรับโครงสร้างหนี้เดิม ขณะที่ Sotheby’s Financial Services ออกหลักทรัพย์จากการแปลงสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 30,600 ล้านบาทในเดือนมกราคม โดยบริษัทระบุว่ามีความต้องการจากนักลงทุนสูงกว่าปริมาณที่เสนอขายอย่างมีนัยสำคัญ

นับตั้งแต่ก่อตั้ง Sotheby’s Financial Services ระบุว่าได้ให้สินเชื่อและจัดหาเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะรวมมากกว่า 408,000 ล้านบาท

Sotheby’s แผนการในครึ่งปีหลัง

โอลิเวอร์ บาร์เกอร์ (Oliver Barker) ประธานกรรมการประจำภูมิภาคยุโรปของ Sotheby’s ขณะกำลังรับค้อนประมูลในงาน Robert Mnuchin: Collector at Heart Evening Auction

สำหรับแผนงานในครึ่งหลัง Sotheby’s New York ให้ข้อมูลว่า กำลังจัดนิทรรศการ 250 Years of American Art & Culture ซึ่งเปิดให้ชมจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2026 และเตรียมเปิด Botero In New York ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม โดยร่วมมือกับ The Fernando Botero Foundation นำเสนอจิตรกรรมและประติมากรรมจากครอบครัวของ Fernando Botero และคอลเลกชันส่วนตัวหลายแห่ง

ใน London บริษัทเตรียมจัด The South Asia Edit ตลอดเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม นำเสนอศิลปินหกคนจากประวัติศาสตร์ศิลปะ Modern และ Contemporary ของเอเชียใต้

RM Sotheby’s เตรียมจัด The Monterey Auction ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นการประมูลขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท มีราคาประเมินต่ำรวมประมาณ 10,700 ล้านบาท และมีรถยนต์ 75 คันที่แต่ละคันมีราคาประเมินต่ำตั้งแต่ประมาณ 34 ล้านบาทขึ้นไป

ตั้งแต่เดือนตุลาคม Sotheby’s จะเริ่มการประมูล Magnum Opus: A Private Collection of Exceptional Art and Objects Through the Ages ซึ่งประกอบด้วยผลงานมากกว่า 900 ชิ้นจากกว่า 25 หมวดหมู่ ครอบคลุมตั้งแต่ศิลปะโบราณจนถึงศิลปะ Modern

ในเดือนเดียวกัน Sotheby’s Paris จะจัดการประมูล Château Haut-Brion, Domaine Clarence Dillon: Celebrating Our 10th Decade of Family Stewardship โดยนำไวน์ออกมาจากห้องเก็บของ Château Haut-Brion โดยตรง และจะเป็นการประมูลครั้งแรกที่อุทิศให้กับไวน์จากไร่แห่งนี้ทั้งหมด

ผลประกอบการครึ่งปีแรกจึงแสดงให้เห็นว่า Sotheby’s ไม่ได้พึ่งพาการประมูลงานศิลปะเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยายตัวผ่าน Private Sales, Luxury, อสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน พื้นที่จัดแสดง และธุรกิจบริการภายในสำนักงานใหญ่แห่งใหม่

และ เป็นที่น่าสนใจก่อนหน้านี้ทางห้องประมูลเก่าแก่อย่าง Phillips ได้ประกาศตัวเลขยอดขายซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 60% และ มีอัตราการขายที่ 90% เช่นกัน

คำถามสำคัญสำหรับครึ่งหลังของปี 2026 คือ บริษัทจะรักษาอัตราการเติบโตระดับนี้ได้หรือไม่ เมื่อผลลัพธ์ส่วนหนึ่งในครึ่งปีแรกได้รับแรงสนับสนุนจากคอลเลกชันเจ้าของรายเดียวขนาดใหญ่และการประมูลที่สร้างสถิติหลายรายการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นซ้ำในทุกฤดูกาล

เรื่อง: เต้ Art Man

ภาพ: Courtesy of Sotheby’s

หมายเหตุ: ตัวเลขเงินบาทในบทความนี้คำนวณโดยประมาณที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ 40 บาทต่อยูโรเพื่อความสะดวกในการอ่าน มูลค่าจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ Sotheby’s ระบุว่าราคาขายรวมค่าธรรมเนียมผู้ซื้อและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่ราคาประเมินไม่รวมค่าธรรมเนียมดังกล่าว