
ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า Art City Race หรือการแข่งขันกันปักหมุดหมายให้ประเทศตัวเองอยู่ในแผนที่ศิลปะโลกนั้นมีความเข็มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย
หลายประเทศที่อ่านสถานการณ์กระดานนี้ขาด และ มองเห็นถึงคุณค่าของการครองตำแหน่งในแผนที่โลกศิลปะนี้ต่างทุ่มกันสุดตัว คิดนโยบาย และ ปรับกลยุทธ์สู้กันอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโลกศิลปะเข้ากับการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และบทบาทของเมืองในเวทีนานาชาติ
ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ที่เอานโยบาย SkillsFuture ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นพัฒนาศักยภาพใหม่ของประชาชนในยุคปัญญาประดิษฐ์ มาปรับใช้พัฒนาทักษะของศิลปิน และ คนในแวดวงการศิลปะโดยเฉพาะ
หรือล่าสุดในตลาดที่ฮอตที่สุดแห่งปี (ก่อนเกิดเหตุพิพาทระหว่างประเทศในขณะนี้)คือตลาด MENASA (Middle East – ตะวันออกกลาง, North Africa-แอฟริกาเหนือ และ South Asia-เอเชียใต้) ได้ระดมออกนโยบายเพื่อทำให้ตัวเองเป็นเมืองศิลปะมากมาย อย่างเช่นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยกเว้นภาษีนำเข้างานมูลค่าสูงโดยมีเงื่อนไขให้เก็บงานไว้ในประเทศเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งเขาทำไปเพื่ออะไรและทำไมนโยบายนี้ถึงสะท้อนการคิดมาดีมาก ผมได้แกะกล่องอธิบายไว้ในไลฟ์สดครั้งล่าสุดแล้ว
จากที่ผมเคยโพสต์ไว้เมื่อท้ายปี ค.ศ. 2024 ว่าเราจะเริ่มเห็นเค้าลางเงาจางๆของผู้ที่จะเข้าเส้นชัยในการแข่งขันครั้งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งน่าตื่นเต้น และ มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากมาย
ในขณะที่เราเริ่มเห็นเงาของผู้จะเข้าเส้นชัย มันก็ย่อมทำให้เห็นผู้เล่นที่กำลังตามหลัง ซึ่งดูทรงแล้วมันกำลังจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “too late to compete” หรือ พัฒนาช้าเกินไปกว่าแข่งขันไปต่อได้แล้ว ซึ่งมันไม่ได้หมายถึงว่าจะแข่งขันไม่ได้อีกแล้วตลอดกาล แต่หมายถึงโอกาสในรอบนี้ไม่ได้เปิดกว้างเหมือนเดิม ถ้ายังอยากอยู่ในสนามต่อต้องอึดวิ่งให้ถึงรอบต่อไป
ซึ่งกว่าจะกลับมารอบคงอีกนานมากและไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆจะมีต้นทุนในการแข่งขันสูงขึ้นมากๆแบบน่าใจหาย (ผมว่าถึงตอนนั้นผมคงแก่มากๆ หรือ ได้ไปดูงานศิลปะในภพอื่นแล้ว)
ผมเคยพูดติดเปรียบเปรยกับการ์ตูนดังไว้หลายครั้งว่า การยึดตำแหน่งในแผนที่ศิลปะโลกนี้ได้ไม่ได้ต่างกับการได้ครอบครอง One Piece
เพราะเมื่อได้ครอบครองแล้วศิลปิน นักสะสม ภัณฑารักษ์ และ ระบบนิเวศในวงการศิลปะจะเติบโต และมีอำนาจ Soft Power (ของจริง) ที่ทรงพลัง สามารถใช้ประโยชน์ในหลายด้านของการพัฒนาประเทศต่อไป
เต้ Art Man